บทที่ 1 สิบปีหลังจากคำพูดติดตลกนั้น
แสงแดดช่วงเช้าของวันจันทร์เล็ดลอดผ่านม่านโปร่งสีขาว ตกลงบนพื้นไม้ของคอนโดห้องเล็ก ๆ ชั้นสิบสี่
ธีร์ลืมตาขึ้นช้า ๆ แล้วหันไปมองนาฬิกาปลุกข้างเตียง เจ็ดนาฬิกาสิบสองนาที เขานอนเกินเวลาที่ตั้งใจไว้เกือบสิบห้านาที
เขาลุกขึ้นนั่ง กอดเข่า แล้วก้มหน้าลงพักครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาว
นิสัยเดิมที่ยังแก้ไม่หาย ทุกครั้งที่ตื่นมาในวันที่ไม่มีอะไรพิเศษ หัวเขามักจะลอยไปอยู่ที่อดีตโดยอัตโนมัติ
โดยเฉพาะอดีตที่มีคนคนหนึ่งอยู่ในนั้นตลอด
ธีร์ลุกจากเตียง เดินไปเปิดผ้าม่านให้สุด แล้วยืนมองวิวเมืองด้านล่างเงียบ ๆ สักพัก ก่อนจะหันหลังแล้วเดินเข้าห้องน้ำ
หลังจากอาบน้ำเสร็จ เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาว กับกางเกงสแล็คสีกรมท่าตามปกติ ผูกเนกไทสีเทาอ่อนให้เรียบร้อย แล้วเดินไปยืนหน้ากระจกบานใหญ่ในห้องนอน มองตัวเองสักครู่
ใบหน้ายังคงดูเรียบเฉยเหมือนเดิม ดวงตากลมสีน้ำตาลเข้มที่เพื่อนหลายคนเคยบอกว่า “ดูเศร้าทั้งที่ไม่ได้ทำอะไร” ยังคงเป็นแบบนั้น
ผมสั้นสีดำจัดแต่งไว้เรียบร้อย ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อสิบปีก่อนมากนัก แค่ดูสุภาพและเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นเท่านั้น
ธีร์ก้มลงเปิดลิ้นชักชั้นล่างสุดของตู้เสื้อผ้า ดึงกล่องกระดาษสีน้ำตาลเก่า ๆ ออกมา
ข้างในมีสมุดภาพปกแข็งสีกรมท่าเล่มหนึ่งวางอยู่ ขอบสึกกร่อนเล็กน้อยจากกาลเวลา
เขายังไม่เปิดมัน
แค่เอามือลูบปกสมุดเบา ๆ แล้วก็เก็บลงไปไว้ที่เดิม ปิดลิ้นชักให้สนิท
“ยังเก็บไว้ทำไม…”
เสียงพึมพำของตัวเองดังขึ้นในห้องที่เงียบ priorit
เขาไม่รู้คำตอบที่ชัดเจน
รู้แค่ว่าทุกครั้งที่คิดจะทิ้ง มือกลับไม่ยอมทำตาม
—
สำนักงานบริษัทโฆษณา “มอนด์ไลต์ ครีเอทีฟ” บนชั้นยี่สิบสองของอาคารสูงใจกลางเมือง ยังคงวุ่นวายเหมือนทุกวันจันทร์
ธีร์เดินเข้าออฟฟิศพร้อมกาแฟแก้วโปรด แล้วเดินตรงไปที่โต๊ะทำงานของตัวเองที่มุมห้อง ใกล้หน้าต่าง
พอวางกระเป๋าลง นนท์ก็โผล่มาจากโต๊ะข้าง ๆ ทันที
“สายอีกแล้วว่ะ” นนท์พูดพลางยื่นโดนัทกล่องเล็ก ๆ มาให้ “ซื้อเผื่อมึงด้วย น่าจะหิวนะวันนี้”
ธีร์รับโดนัทมา แล้วพยักหน้าเล็กน้อย
“ขอบคุณ”
“หน้ามึงวันนี้ดูแย่กว่าปกติอีก” นนท์เอียงคอก้มดูใบหน้าธีร์ใกล้ ๆ “ฝันร้ายหรือไง”
“เปล่า” ธีร์ตอบสั้น ๆ แล้วเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมา “แค่ นอนไม่ค่อยหลับ”
นนท์ไม่เชื่อแน่นอน แต่เขาก็ไม่รบกวนต่อ แค่ตบไหล่ธีร์เบา ๆ แล้วเดินกลับไปโต๊ะตัวเอง
ธีร์นั่งลง แล้วเริ่มทำงานตามปกติ
โปรเจกต์ที่กำลังทำอยู่เป็นงานออกแบบแคมเปญให้แบรนด์เครื่องสำอางค์ เขามัวแต่โฟกัสกับรายละเอียดของฟอนต์และโทนสี จนแทบไม่ทันสังเกตว่าเวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมงแล้ว
จนกระทั่งเสียงหัวหน้าแผนกดังขึ้นจากด้านหน้าห้อง
“ทุกคนฟังนะ” เสียงของคุณวรา พูดผ่านไมค์เล็ก ๆ “วันนี้เรามีลูกค้าใหม่สำคัญมาก โปรเจกต์นี้มูลค่าสูงและระยะยาว ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม เดี๋ยวอีกสิบห้านาทีเขามาประชุมที่ห้องใหญ่”
นนท์หันมามองธีร์ทันที
“ลูกค้าใหม่สำคัญ… มึงว่าใครวะ”
ธีร์ส่ายหน้า
เขาไม่มีข้อมูลอะไรเลย
สิบห้านาทีต่อมา พนักงานทั้งแผนกเริ่มทยอยเดินเข้าห้องประชุมใหญ่
ธีร์นั่งที่เก้าอี้แถวหลังตามเคย นนท์นั่งข้าง ๆ
ประตูห้องประชุมเปิดออก
ผู้ชายชุดสูทสีเทาเข้มเดินเข้ามาเป็นคนแรก ตามด้วยผู้ช่วยอีกสองคน
ธีร์เงยหน้าขึ้น
แล้วโลกทั้งใบก็เหมือนหยุดหมุนในเสี้ยววินาที
คนที่เดินนำหน้า…
คือเคน
เคนในวัยสามสิบเอ็ดปี
สูงขึ้นเล็กน้อยจากที่จำได้ ไหล่กว้างขึ้น ใบหน้าคมขึ้นจากความเป็นผู้ใหญ่ แต่รอยยิ้มที่กำลังยกมุมปากให้กับคุณวรา ยังคงเป็นรอยยิ้มเดิมทุกประการที่ธีร์เคยแอบมองอยู่เงียบ ๆ ตอนมัธยม
หัวใจของธีร์กระตุกแรงจนเจ็บ
มือที่วางอยู่บนโต๊ะกำกระดาษโน้ตไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว
“สวัสดีครับทุกคน” เสียงของเคนดังขึ้นในห้องประชุม น้ำเสียงทุ้มขึ้นกว่าเก่า แต่ยังมีสำเนียงคุ้นเคย “ผมเคน นภัสสร ตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของบริษัท ออร่า กรุ๊ป วันนี้มาคุยเรื่องโปรเจกต์ใหม่ที่อยากให้ทางมอนด์ไลต์ช่วยดูแล”
ธีร์ไม่ได้ยินอะไรต่อจากนั้นเลย
หูอื้อ
ภาพตรงหน้าเบลอ
เขาได้แต่จ้องไปที่ใบหน้าของคนตรงนั้น
สิบปี
สิบปีเต็ม ๆ ที่เขาไม่ได้เจอคนคนนี้
สิบปีที่เขาเก็บสมุดภาพเล่มนั้นไว้
สิบปีที่คำพูดติดตลกในวันจบการศึกษา ยังวนเวียนอยู่ในหัวเป็นระยะ
“อีกสิบปีถ้าเจอกันแล้วฉันยังโสด มาคบกันไหม?”
ตอนนั้นธีร์หัวเราะ
ตอนนี้เขายังไม่ได้หัวเราะ
นนท์ที่นั่งข้าง ๆ สะกิดแขนธีร์เบา ๆ
“เฮ้ย… มึงโอเคไหม” เสียงกระซิบดังขึ้น “หน้าซีดไปเลย”
ธีร์กระตุกตัว
แล้วพยักหน้าเร็ว ๆ โดยไม่มองนนท์
เขาพยายามบังคับตัวเองให้โฟกัสกับสไลด์ที่เคนกำลังนำเสนอ
แต่ทุกครั้งที่เคนหันมามองด้านนี้ของห้อง ธีร์ก็รีบหลบตาทันที
จนกระทั่งจบการประชุม
ทุกคนลุกขึ้นยืนปรบมือ
เคนยิ้มแล้วโค้งเล็กน้อย
“ขอบคุณมากครับที่ให้โอกาส หวังว่าเราจะได้ร่วมงานกันอย่างราบรื่น”
คุณวราเดินไปจับมือเคน
แล้วหันมามองทีมตัวเอง
“ธีร์” เสียงเรียกดังขึ้นชัดเจน “นายเป็นผู้ออกแบบหลักของโปรเจกต์นี้ เดี๋ยวพาเคนไปดูห้องทำงานของแผนกเราหน่อย”
ธีร์แข็งทื่ออยู่กับที่
นนท์มองเขากับเคนสลับกัน แล้วทำตาโต
เคนหันมามองตามเสียงเรียก
สายตาทั้งคู่ตัดกันตรงกลางห้องประชุม
รอยยิ้มบนใบหน้าของเคนค่อย ๆ หายไป
แทนที่ด้วยสีหน้าที่ผสมระหว่างความตกใจและความดีใจอย่างประหลาด
“ธีร์…?” เสียงของเขาเบาลงชัดเจน “ธีร์… เธอใช่ไหม”
ธีร์ลุกขึ้นยืน
ขาทั้งสองข้างสั่นเล็กน้อย
เขากัดริมฝีปากล่าง แล้วพยักหน้าช้า ๆ
“สวัสดี… เคน”
คำพูดสั้น ๆ นั้นดังออกมาจากปากเขา
แต่ข้างในอก หัวใจกำลังเต้นดังจนแทบได้ยิน
สิบปีแล้ว
เขายังเรียกชื่อคนคนนี้ด้วยน้ำเสียงเดิมที่เคยใช้ตอนแอบรักอยู่เงียบ ๆ
และเคน…
ก็ยังมองเขด้วยสายตาแบบเดิมที่ทำให้ธีร์รู้ดีว่า ตัวเองอาจจะยังหนีจากความรู้สึกนี้ไม่ได้อีกต่อไป
จบตอนที่ 1
